นุศรา ต้อมคำ  มีรายชื่อ ติดหนึ่งในร้อย ของสุดยอด นักวอลเลย์บอล ของโลกที่ทรงอิทธิพล 

        นักวอลเลย์ นุศราต้อมคำ    เป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความดีใจให้กับคนไทยทั้งประเทศถึงแม้ว่ารางวัลเกียรติยศนี้เป็นของนุศราต้อมคำแต่เธอนั้นก็คือประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับคนไทยได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกโดยนุศราต้อมคำนั้นเธอเป็นนักฟุตบอลกีฬาวอลเลย์บอลและเธอเป็นมือตบของวงการกีฬาวอลเลย์บอลของไทยเธอสร้างชื่อเสียงมาให้กับประเทศไทยมาหลายต่อหลายครั้งจากการเดินทางไปแข่งขันตามประเทศต่างๆ

       ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2564 ทางด้านสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ   นักวอลเลย์ นุศราต้อมคำ  ได้มีการประกาศเกี่ยวกับรางวัลสุดยอดนักวอลเลย์บอลและทีมวอลเลย์บอลของโลกที่ทรงอิทธิพลในทศวรรษ   ซึ่งรางวัลนี้จะมีการรวบรวมนักวอลเลย์บอลจากประเทศทั่วโลก  โดยเอารายชื่อมาจากนักกีฬาวอลเลย์บอลในร่มรวมถึงนักกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดมารวมกันแล้วมาคัดอีกทีนึง

          ซึ่งรายชื่อจะไม่มีการแบ่งแยกผู้ชายและผู้หญิงและนุศราต้อมคำของเรานั้นก็เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลที่ติดรายชื่อสุดยอดนักกีฬาวอลเลย์บอลโดยมีรายชื่อติด หนึ่งในร้อยของรายชื่อทั้งหมดทำให้คนไทยทั้งประเทศที่ทราบเรื่องต่างก็พากันร่วมแสดงความยินดีกับนุสราต้อมคำกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเพราะเธอนั้นได้พิสูจน์ให้กับคนไทยทั้งประเทศได้เห็นแล้วว่าเธอมีการพัฒนาฝีมือจนในที่สุดเธอก็สามารถทำให้คนทั้งโลกรู้จักเธอได้

          โดยก่อนหน้านี้เธอได้มีการให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ที่ให้รางวัลนี้กับเธอว่าเธอนั้นไม่เคยคิดจะแข่งขันกับนักกีฬาคนอื่นๆเลยแต่ทุกวันนี้ที่เธอทำนั้นเธอทำเพื่อต้องการแข่งขันกับตัวเธอเองเธอต้องการพัฒนาฝีมือของเธอเองเพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคในชีวิตของเธอชนะความกดดันที่เธอได้รับในแต่ละวันที่มีการลงแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลและเธอก็สามารถทำได้แล้วในตอนนี้สำหรับใครก็ตามที่อยากเห็นรายชื่อสุดยอดนักกีฬาวอลเลย์บอลซึ่งมีทั้งหมด 100 คนนั้นก็สามารถเข้าไปได้ดูกับเว็บไซต์วอลเลย์บอลเวิลด์ 

           สำหรับรางวัลอันน่าภาคภูมิใจนี้นั้นเชื่อว่าจะยังคงจะลึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ครั้งหนึ่งนั้นเราได้มีนักกีฬาวอลเลย์บอลของไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกและเชื่อว่าด้วยรางวัลนี้จะส่งผลทำให้นักกีฬาคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทวอลเลย์บอลหรือกีฬาประเภทอื่นๆนั้นต่างก็จะมีความมุ่งมั่นเพื่อที่จะพยายามทำให้ตนเองนั้นการมาเป็นนักกีฬาดีเด่นเป็นสุดยอดนักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลกเหมือนกับที่นุศรา  ต้อมคำได้รับรางวัลนี้นั่นเอง

            เรียกได้ว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลของให้นักกีฬาของไทยนั้นได้มีการตื่นตัวมากขึ้นเพื่อที่จะทำให้ตนเองได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในฐานะนักกีฬาดีเด่นแบบนี้เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  ufabet บนมือถือ

Continue Reading

อดีตกุนซือของทีมลิเวอร์พูล  อุลเลิเย๋ร์ เสียชีวิตแล้ว

          นับได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสียใจอยากมาก  อุลเลิเย๋ร์ เสียชีวิตแล้ว ในวงการฟุตบอลเลยก็ว่าได้ เมื่อมีการรายงานข่าวมาจากสำนักข่าว ชื่อดังที่มักจะรายงานข่าวเกี่ยวกับข่าวกีฬา โดยการรายงานข่าวครั้งนี้มีการรายงานมาจาก อาร์เอ็มซี  สปอร์ต  และสำนักข่าวนี้เป็นสำนักข่าวที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากสำนักข่าวหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส 

โดยมีการรายงานออกมาว่า ผู้ที่เคยเป็นอดีตกุนซือ  ของทีมสโมสร ลิเวอร์พูล  และยังเป็นกุนซือผู้ที่เคยพาทีมหงส์แดง  สามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 3 แชมป์เลยทีเดียว 

     แน่นอนว่าหากพูดถึงคนที่มีความสามารถที่จะสามารถพาทีมสโมสร หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ถึง 3 แชมป์ โดยแชมป์ที่เคยได้นั้น คือ FA Club รวมถึงลีกคัพ และยังมี ยูฟ่าคัพ  เรียกได้ว่าทั้งสามแชมป์นี้เป็นแชมป์ที่ยิ่งใหญ่มากในวงการฟุตบอลก็ว่าได้  อุลเลิเย๋ร์ เสียชีวิตแล้ว สำหรับ เชร์ด  อุลลิเย่ร์ นั้นเขาเป็นกุนซือคอยควบคุมและจัดการทีมสโมสร ลิเวอร์พูล ในช่วงประมาณ ปี ค.ศ. 1998 -2004   แต่อย่างไรก็ตามเขาได้มีการประกาศลาออกจากการคุมทีมกับสโมสรลิเวอร์พูล  ซึ่งเขาได้สิ้นสุดการเป็นผู้จัดการของทีมหงส์แดง เมื่อวันที่ 24 เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2004 นั่นเอง 

       อย่างไรก็ตาม เชร์ด  อุลลิเย่ร์ มีประวัติในการคุมทีมมากมายหลายสโมสรเลยทีเดียว และที่สำคัญ เชร์ด  อุลลิเย่ร์ ไม่ได้พาทีมลิเวอร์พูลได้แชมป์เพียงแค่ทีมเดียวเพียงเท่านั้น แต่เมื่อ เชร์ด  อุลลิเย่ร์ ไปคุมทีมไหนเขาก็มักจะพาทีมนั้นได้แชมป์ทุกครั้งไปนับได้ว่า เชร์ด  อุลลิเย่ร์ คือผู้ที่นำพาทีมต่างๆได้แชมป์อย่างแท้จริง 

      อย่างไรก็ตามสำนักงานข่าวได้มีการออกมาแสดงความเสียใจต่อวงการฟุตบอลว่า พวกเขาได้สูญเสียบุคลากรที่มีคุณภาพ และเป็นการสูญเสียอย่างไม่มีวันกลับ เพราะว่า เชร์ด  อุลลิเย่ร์ ได้เสียชีวิตลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง เชร์ด  อุลลิเย่ร์ ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันอาทิตย์ ซี่งตรงกับวันที่ 13 เดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2020  ที่ผ่านมา โดยการจากไปอย่างสงบในครั้งนี้เป็นการจากไปในช่วงเวลาค่ำของวันที่ 13  ซึ่งขณะที่เขาได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับมาได้อีกนี้เขามีอายุ 73 ปีแล้ว

  ส่วนเหตุผลที่ทำให้เขาต้องเสียชีวิตในครั้งนี้เพราะว่า เขาเป็นโรคหัวใจ ถึงแม้ว่าจะมีการรักษาอาการและเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดไป แต่ก็ไม่สามารถจะเยื้อชีวิตเขาไว้ได้ เพราะหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว ออกมาพักผ่อนหลังการผ่าตัดโดยอาศัยอยู่ที่บ้าน แต่อาการของเขาก็ทรุดลง และสุดท้าย ครอบครัวของ เชร์ด  อุลลิเย่ร์ ก็ออกมาบอกว่า เชร์ด  อุลลิเย่ร์ เสียชีวิตอย่างงบแล้วนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    สมัคร บาคาร่า ufabet

Continue Reading

ผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์  แฟรงก์ เดอ บัวร์ ยืนยันยังจะใช้แผน 3-5-2 ต่อไป 

           หากใครที่เป็นแฟนฟุตบอลและได้มีการติดตามผลการแข่งขันฟุตบอลในศึกยูโร 2020 จะเห็นได้ว่าในขณะนี้มีหลายทีมมากที่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยมในขณะเดียวกันก็มีหลายทีมมากที่ผลงานนั้นไม่เข้าตากรรมการและกำลังจะถูกคัดออกไม่ได้เข้ารอบต่อไปในขณะเดียวกันก็มีบางทีมนั้นสถานการณ์โดยรวมนั้นสามารถที่จะดำเนินการแข่งขันต่อไปได้แต่ผลงานก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมถูกใจแฟนฟุตบอลมากนัก

        ยังข้อมูลของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ซึ่งในตอนนี้จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ของทีมชาติเนเธอร์แลนด์นั้นมีผลงานที่ไม่ได้หวือหวามากนักแต่ก็ไม่ได้แย่แต่คนงานกลับไม่ค่อยเป็นที่พอใจของแฟนฟุตบอลของทีมชาติเนเธอร์แลนด์เท่าใดนักเนื่องจากว่าทางด้านผู้จัดการทีมของทีมชาติเนเธอร์แลนด์นั้นได้มีการให้นักฟุตบอลที่ลงแข่งขันในสนามใช้แผนการเล่นด้วยระบบ 3-5-2 

       ซึ่งทางด้านแฟนฟุตบอลของทีมชาติเนเธอร์แลนด์มองว่าระบบการเล่น 3-5-2 นั้นไม่มีประสิทธิภาพและไม่สามารถสร้างผลงานให้ออกมาดีได้โดยแฟนบอลเนเธอร์แลนด์อยากที่จะให้ผู้จัดการทีมมีการเปลี่ยนแผนการเล่นไปใช้แผนการอื่น  อย่างไรก็ตามทางด้านผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก็ยังคงยึดมั่นแผนการที่ตนเองได้มีการเตรียมมาโดยยืนยันว่าจะยังใช้แผนการเล่นแบบเดิมนั่นก็คือ 3-5-2 ต่อไปนั่นเอง

        สำหรับผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์คนปัจจุบันนี้ก็คือ  แฟรงก์ เดอ บัวร์ โดยนับตั้งแต่ที่เขาพานักฟุตบอลมาแข่งขันในศึกยูโร 2020 นี้เขาก็ได้รับการวิจารณ์อย่างหนักจากบรรดาแฟนบอลของทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นอย่างมากเพราะเทคนิคการเล่นที่เขาให้นักฟุตบอลลงเล่นนั้นไม่เป็นที่ถูกใจบรรดาแฟนบอลเท่าไหร่นัก

    โดยผลงานที่ผ่านมาของทีมชาติเนเธอร์แลนด์นั้นยังไม่เป็นที่ถูกใจของบรรดาแฟนบอลจนถึงขณะที่มีแฟนบอลบางส่วนนั้นได้มีการออกมาแสดงความคิดเห็นโดยมีการเสนอให้เขานั้นลองเปลี่ยนไปใช้แผนการเล่นแบบ 4-3-3 ดูบ้างซึ่งแฟนบอลคนดังกล่าวนั้นใช้วิธีบอกกับ แฟรงก์ เดอ บัวร์ ถึงแผนการเล่น 433 นี้ด้วยการสร้างเครื่องบินมาบินโชว์ข้อความที่มีการเขียนป้ายประกาศติดเอาไว้แล้วให้บินผ่านสนามฟุตบอลในขณะที่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์กำลังมีการฝึกซ้อมกัน 

           อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีแฟนบอลหลายคนไม่เห็นด้วยกับแผนการเล่นของเขาแต่ว่า  แฟรงก์ เดอ บัวร์ ก็ยังคงยึดมั่นที่จะใช้แผนการเล่นเดิมด้วยเขามองว่าการแข่งขัน 2 นัดที่ผ่านมาในศึกฟุตบอลยูโร 2020 นั้นทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก็สามารถสร้างผลงานแบบได้น่าพอใจเป็นอย่างมากแล้วเพราะแผนการเล่นของเขานั้นสามารถที่จะทำให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์นั้นเก็บแต้มได้ถึง 6 คะแนนเพราะแข่ง 2 ครั้งก็ชนะทั้ง 2 ครั้งถึงแม้ว่าคะแนนที่ชนะมานั้นแป้งจะไม่ส่งนักก็ตาม 

 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่า

Continue Reading

เรื่องที่ทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เสียใจมากที่สุดตอนคุมทีมแมนยู 

        พูดถึงชื่อ   เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาคือตำนานกุนซือที่คุมทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมาอย่างยาวนานเรียกได้ว่าเป็นกุนซือระดับครูเลยก็ว่าได้   เมื่อไม่นานมานี้ได้มีนักข่าวไปสัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้สึกของเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสันในช่วงที่เขานั้นยังคงเป็นสื่อที่สามารถควบคุมทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดว่าเขาเคยมีความรู้สึกเสียใจหรือมีเรื่องยุ่งยากใจที่เขาไม่อยากจะทำบ้างหรือไม่

       แน่นอนว่าคำตอบของเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสันนั้นก็ทำให้เราได้รู้ว่าถึงแม้ว่าเขาจะเป็นบุคคลในตำนานและมีความเชี่ยวชาญในเกี่ยวกับการคุมทีมและดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแต่เขาก็เป็นบุคคลคนหนึ่งที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน    เพราะเขาเองก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาตอนที่เขายังเป็นผู้จัดการทีมให้กับทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดว่าโดยส่วนตัวแล้วเขาใช้ชีวิตในการคุมทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นเป็นไปอย่างปกติเหมือนธรรมดาทั่วไป

             เพราะเขามองว่าอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนั้นมันก็เป็นแค่อุปสรรคของวันนั้นเราแก้ไขปัญหาจบวันใหม่ก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอนดังนั้นส่วนใหญ่แล้วเขาจะไม่ค่อยคิดมากในการทำงานเป็นผู้จัดการคุมทีมให้กับสโมสรปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมากนักและก็ไม่ค่อยรู้สึกว่าเขาลำบากใจในการทำงานนะแต่นิดเดียวเพราะเขามีรูปทีมที่ดีมีสต๊าฟที่คอยช่วยเหลืองานของเขาเป็นอย่างดีนั่นเอง

      แต่อย่างไรก็ตามในช่วงที่เขารู้สึกว่าเขาเสียใจกับการเป็นผู้จัดการทีมมากที่สุดของเขานั่นก็คือในช่วงที่เขาจะต้องไปบอกกับลูกทีมของเขาว่าเขาต้องหาทีมให้ลูกทีมของเขาย้ายไปอยู่ทีมอื่นซึ่งเขาจำได้ว่าในตอนนั้นเป็นช่วงประมาณปี ค.ศ. 1994

        ซึ่งลูกทีมแต่ละคนของเขานั้นเป็นนักเตะที่ดีมากเลยทีเดียวและทำงานร่วมกันกับเขามานานกว่า 10 ปีแล้วแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทำให้เขาจำเป็นต้องหาทีมใหม่ให้กับลูกทีมของเขานั่นก็เพราะว่านับแต่แต่ละคนเมื่ออยู่ร่วมงานกันมานานก็อาจจะมีปัญหาอื่นๆตามมาอย่างเช่นปัญหาในเรื่องของอายุหรือปัญหาเรื่องของสุขภาพร่างกาย

         ซึ่งเขาจำเป็นที่จะต้องมีการนำนักเตะที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุน้อยๆมาร่วมทีมเพื่อสร้างผลงานให้กับทีมในขณะที่คนรุ่นเก่าก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไปและนี่เองคือความยากลำบากและความเสียใจที่สุดที่เขารู้สึกจากการทำงานเป็นผู้จัดการทีมเพราะเขาจะต้องมีการไปบอกลูกกินที่เขารักมากๆว่าเขาหาทีมอื่นให้กับลูกทีมของเขาได้แล้วและลูกทีมของเราย้ายไป 

       อย่างไรก็ตามการทำงานเป็นผู้จัดการทีมนั้นจำเป็นต้องเจอนักเตะใหม่ๆและเปลี่ยนนักเตะเก่าออกไปเรื่อยๆอยู่แล้วซึ่งมันเป็นธรรมดาดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เขาก็สามารถยอมรับกับมันได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ae บาคาร่า

Continue Reading

ชยาพิพัฒน์ เด็กไทย ร่วมทีมเอสโตริลยู -23  และได้แชมป์ลีกโปรตุเกส 

        นักเตะไทย อายุเพียง 20 ปี ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการเป็นนักเตะให้กับทีมฟุตบอลในโซนยุโรปโดยเขาได้ร่วมงานกับทีม เอสโตริลยู -23  และทีมนี้สามารถเป็นแชมป์ของลีกโปรตุเกสได้ในฤดูกาลนี้นั่นเอง

       สำหรับนักฟุตบอลที่สร้างชื่อให้กับประเทศไทยอีกคนหนึ่งนั่นก็คือ ชยาพิพัฒน์  สุพรรณเภสัช  ซึ่งเขาเป็นนักเตะคนไทยแท้ที่ไม่ใช่ลูกผสมและได้มีโอกาสไปแสดงความสามารถด้วยการเข้าร่วมทีมเป็นนักเตะให้กับทีมสโมสรชื่อดังของฝั่งยุโรปโดยทีมสโมสรที่เข้าสังกัดอยู่นั้นคือทีม เอสโตริลยู -23  ซึ่งในขณะนี้นั้น ชยาพิพัฒน์อายุเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้นแต่ก็สามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยทีมของเขาที่เขาสังกัดอยู่นั้นในขณะนี้ได้เป็นแชมป์ลีกชุด u23 ของโปรตุเกส 

         สำหรับ ชยาพิพัฒน์นั้น เขาเป็นเด็กที่ชื่นชอบการแข่งขันฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กแล้วโดยเขาเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนหลังจากนั้นก็ได้เข้าร่วมโครงการที่จะมีการพับเนคไทไปฝึกฟุตบอลที่บาเยิร์นมิวนิคซึ่งโครงการดังกล่าวนั้นเป็นของอลิอันซ์โดยมีเด็กไทยทั้งหมด 11 คนที่ภายในโครงการดังกล่าวนั้นเอง

       แต่หลังจากที่เขาได้รับการคัดเลือกไปฝึกฟุตบอลที่บาเยิร์นมิวนิคเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยความสามารถของ ชยพิพัฒน์เอง  ก็ทำให้เป็นที่เข้าตาของทีมสโมสรดังๆหลายทีมหลังจากนั้นเขาก็ได้รับการติดต่อจากทีมฟุตบอลทีมหนึ่งของประเทศโปรตุเกสและยังมีทีมบราก้าซึ่งเป็นทีมดังอันดับต้นๆได้เหมือนกันแต่เนื่องจากว่าทางเอเย่นต์ที่ดูแลชยพิพัฒน์  ได้มีการพาเขาเข้าไปร่วมทีมสโมสรเอสโตริล ซึ่งเป็นทีมเยาวชน  หลังจากนั้นเขาก็แสดงผลงานได้ดีเสมอมาจนในที่สุดก็สามารถเข้าไปร่วมอยู่ในสังกัดทีมเอสโตริลยู -23  และสามารถที่จะพาทีมคว้าแชมป์ได้นั่นเอง 

           สำหรับชยพิพิพัฒน์นั้นไม่ใช่   สำหรับ ตำแหน่งที่เขาเล่นนั้นก็คือตำแหน่งกองกลางตัวตัดเอง  ซึ่งชยพิพัฒน์นั้นเป็นผู้เล่นหลักที่สามารถเล่นให้กับทีม เอสโตริลยู -23  ได้เป็นอย่างดีและทำให้ทีมของเขานั้นประสบความสำเร็จมีสิทธิ์เข้าไปแข่งขันในรอบสุดท้ายและมีโอกาสที่จะลงสนามแข่งขันกับทีมเยาวชนทีมดังดังทีมอื่นอื่น

นักฟุตบอลคนแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยยังมีนักฟุตบอลอีกหลายคนที่มีโอกาสไปค้าแข้งกับทีมต่างต่างในต่างประเทศและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยทำให้ต่างประเทศรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้นและรู้ว่าประเทศไทยนั้นมีนักกีฬาที่เก่งและมีความสามารถอยู่หลายคนเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง

Continue Reading

เปิดตัว คู่ชกของตะวันฉาย เหยื่อรายแรกในศึกวัน   

          ในวันเสาร์ที่ 15 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2564 จะมีการแข่งขันชกมวย   One Championship    ในศึก one : dangal ซึ่งคู่ชกที่จะมีการเปิดซิงในการขึ้นชกไฟต์แรกนั่นก็คือคู่ของตะวันฉาย   PK  แสนชัยมวยไทยยิม   ซึ่งจะได้เจอกันกลับนักสู้จอมบู๊ที่จะรับอาสามาเป็นคู่ชกคู่กับตะวันฉายโดยนักชกคนนี้มาจากประเทศไอร์แลนด์ชื่อว่า  ฌอน แคลนซี 

        สำหรับการแข่งขันชกมวย   One Championship  ในศึก one : dangal  นั้น มวยคู่เอกจะขึ้นชกกันนั้นเป็นการชกกันระหว่างอาร์จาน บูลลาร์  โตเป็นนักมวยจากประเทศอินเดียในขณะที่คู่ชกของเขานั้นเป็นเจ้าของบัลลังก์เดิมนั่นก็คือ แบรนดอน เวรา ซึ่งเขาเป็นชาวกะตะร็อค   อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าวนั้นยังมีคู่ชกเป็นคู่รองซึ่งเป็นนักชกชาวไทยซึ่งเป็นนักชกหน้ามนเป็นคนในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและเป็นนักชกชาวไทยคนเดียวที่จะขึ้นชกในวันดังกล่าวด้วย  สำหรับวันนั้นซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นการชิงแชมป์โลกวันรุ่นเฮฟวี่เวท  

       อย่างไรก็ตามสำหรับการเปิดตัวนักชกที่จะต้องมาชกคู่กับตะวันฉายนั้นเขาเป็นนักชกที่เคยเปิดตัวการชกครั้งแรกของเขาเมื่อเดือนกันยายนปีพศ2563 โดยการชกนั้นเป็นการชกในศึกวันแชมเปียนชิพซึ่งในครั้งนั้นนักชกคนนี้ได้เจอกับพงษ์ศิริ  พีเค  แสนชัย   มวยไทยยิมและเขาสามารถเอาชนะพงษ์ศิริ  พีเค  แสนชัย ได้  ซึ่งนักชกคนนี้มีชื่อว่า  ฌอน แคลนซี  นั่นเอง 

       อย่างไรก็ตามในการขึ้นชกครั้งแรกของฌอน แคลนซี  นั้นเขาถูกคู่ชกของเขาชกมีแผลแตกยับเยินเลือดไหลโชค  และทางเจ้าหน้าที่สนามมวยต้องมีการส่งตัวของเขาไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำการปฏิบัติทันทีซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ให้การรักษาพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วปรากฏว่าไม่ว่าจะเป็นทางด้านนักมวยที่ชื่อพงษ์ศิริหรือแม้แต่ฌอน แคลนซี  ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บและได้รับการเย็บแผลรวมกันแล้วถึง 60 เข็มเลยทีเดียว

          และการพบกันเมื่อปีพศ2563 ระหว่าง  ฌอน แคลนซี  กับพงษ์ศิริ  เรียกได้ว่ามีคนกล่าวขวัญถึงกันเป็นอย่างมากเพราะการชกในครั้งนั้นใครที่ได้ดูการแข่งขันในครั้งนั้นต่างก็ยกย่องว่าเป็นไฟต์ที่ยอดเยี่ยมแห่งปีเลยก็ว่าได้  และ สำหรับการชกที่มวยที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 15 เดือนพฤษภาคมที่กำลังจะถึงนี้เราคงต้องดูกันว่าตะวันฉายจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้และเป็นการแก้แค้นให้กับรุ่นพี่ในค่ายได้หรือไม่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เว็บบาคาร่า sa ขั้นต่ำ 5 บาท

Continue Reading

มาร์โก ฟาน กิงเคล เตรียมโบกมือลา เชลซี หลังจากร่วมงานกันมานานมากกว่า 8 ปี 

         เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้ว่า  มาร์โก ฟาน กิงเคล เป็นนักฟุตบอลให้กับทีมสโมสรเชลซีเชื่อว่าหลายคนคงจะเห็นแล้วว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักฟุตบอลให้กับทีมสโมสรเชลซีแต่เขาไม่เคยที่จะลงเล่นให้กับทางทีมสโมสรเชลซีเลย   สาเหตุนั้นก็เพราะว่าทางด้านสโมสรเชลซีนั้นได้มีการส่งมอบตัวมาร์โก ฟาน กิงเคล ไปให้กับทีมสโมสรฟุตบอลอื่นๆในการยืมตัวไปทำการแข่งขันกีฬาฟุตบอลนั่นเอง

        มีการรายงานข่าวออกมาล่าสุดเกี่ยวกับมาร์โก ฟาน กิงเคล และสโมสรเชลซีว่าในขณะนี้มีแนวโน้มและความเป็นไปได้สูงมากที่มาร์โก ฟาน กิงเคล เตรียมจะบอกมือลาทีมสโมสรเชลซีอย่างถาวร  โดยปัจจุบันนี้ มาร์โก ฟาน กิงเคล รับตำแหน่งหน้าที่ในการเล่นฟุตบอลอยู่ในตำแหน่งกองกลางเขาเป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ที่ถูกซื้อตัวมาร่วมทีมกับทีมสโมสรเชลซีเป็นระยะเวลานานถึง 8 ปีแล้วแต่อาจเรียกได้ว่าแฟนบอลของเชลซีไม่เคยเห็นเขาลงสนามการแข่งขันกับทางทีมเชลซีมาก่อนเลย

         เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น มาร์โก ฟาน กิงเคล ถูกปล่อยให้สโมสรอื่นยืมตัวไปเรียกได้ว่าเขาแทบไม่เคยเล่นในสนามของเชลซีเลยสาเหตุที่เขาถูกฟังสโมสรเชลซีปล่อยให้ทีมสโมสรอื่นยืมตัวไปนั่นก็เพราะว่า มาร์โก ฟาน กิงเคล มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดเวลาหลังจากที่ทางทีมสโมสรอื่นยืมตัวเขาไปใช้งานและที่สำคัญในฤดูกาลนี้เขาก็ยังไม่ได้มีการลงเล่นให้กับทีมสโมสรเชลซีเพราะถูกยืมตัวไปใช้งานเช่นเดียวกัน

            อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมานั้นมาร์โก ฟาน กิงเคล ได้มีการต่อสัญญากับทางสโมสรเชลซีไปแล้ว 1 ปีแต่ในขณะนี้มีการเปิดเผยออกมาว่า มาร์โก ฟาน กิงเคล ไม่ต้องการที่จะต่อสัญญากับสโมสรเชลซีอีกต่อไปแล้วและต้องการที่จะปิดจ๊อบกับทางสโมสร Chelsea เพื่อไปทำการค้าแข้งกับทีมสโมสรพีเอสวี  ไอนด์โฮเฟ่น   ซึ่งสโมสรนี้เป็นสโมสรที่ เป็นสโมสรล่าสุดที่มีการยืมตัวเขาไปแข่งขันฟุตบอลให้และเขาก็ออกมาเปิดเผยว่าในขณะนี้เข้ารู้สึกชื่นชอบวิถีการใช้ชีวิตของคนในสโมสร พีเอสวี  ไอนด์โฮเฟ่น  เป็นอย่างมาก 

      นอกจากนี้เขายังใช้คำว่าตอนนี้เขาเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ซึ่งนั่นหมายถึงว่ามีแนวโน้มเป็นไปได้สูงมากว่าเขานั้นจะไม่ต่อสัญญากับเชลซีนั่นเองอย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทาง Chelsea ว่าสรุปแล้วจะมีการต่อสัญญา กับ  มาร์โก ฟาน กิงเคล หรือไม่ และในขณะเดียวกัน  มาร์โก ฟาน กิงเคล ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการทำสัญญากับทาง  พีเอสวี  ไอนด์โฮเฟ่น  เหมือนกัน

 

สนับสนุนโดย   sa casino ฟรี300

Continue Reading

อัลลัน ซิโมนเซ่นสู่การเป็นนักเตะชาร์ลตันแอธเลติก

หากพูดชื่อของนักเตะอัลลัน ซิโมนเซ่นแล้วนั้นแน่นอนว่าหลายคนอาจจะต้องรู้จักเขาในการเป็นอดีตนักเตะในทีมสโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่างบาเซโลน่าแน่นอนเพราะในตอนที่เขานั้นได้อยู่กับบาเซโลน่าก็ถือว่าเขาได้สร้างสรรค์ผลงานได้น่าชื่นชมอยู่เช่นกันและสามารถเป็นนักเตะที่คว้ารางวัลบังลงดอร์ได้หลังจากย้ายมาอยู่กับสโมสรบาร์ซ่าได้เพียง 1 ปีเท่านั้นและเขาก็พัฒนาและแสดงความสามารถที่เขานั้น

มีได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอและสิ่งที่ทำให้เส้นทางในวงการฟุตบอลของเขานั้นเปลี่ยนไปก้เพราะว่ากฎของทีมเกี่ยวกับในเรื่องของนักเตะต่างชาติ ทำมห้ในตอนนั้นนักเตะที่ดูแล้วจะเป้นดาวรุ่งและเป็นนักเตะที่มีความสามารถมากกว่าเขานั้นก็คือดิเอโก มาราโดนาและเมื่อดิเอโก มาราโดนานั้นเข้าสู่สโมสรบาเซโลน่านั้นทำให้อัลลัน ซิโมนเซ่นมีความคิดและอยากที่จะย้ายทีมเพื่อไปเล่นยังทีมอื่นๆนั่นเอง สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเพราะการย้ายทีมในครั้งนี้ของเขานั้นเขาเลือกที่จะย้ายไปสู่ทีมฟุตบอลในลีกรองของอังกฤษเพียงเท่านั้น ทั้งที่ในตอนนั้นในเรื่องของความสามารถและฝีเท้าของเขาถือว่ายังสามารถที่จะไปเล่นยังสโมสรในลีกเบอร์หนึ่งของอังกฤษได้ด้วยซ้ำ

สโมสรฟุตบอลนั้นก็คือชาร์ลตันแอธเลตก ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลในลีกรองของอังกฤษในตอนนั้นนั่นเอง ซึ่งจุดเริ่มต้นนี้นั้นเกิดจากการที่อัลลัน ซิโมนเซ่นนั้นต้องการที่จะย้ายทีมและประธานสโมสรของชาร์ลตันแอธเลติกในยุคนั้นนั่นก็คือ Make Hulyer เขานั้นได้มีการคิดโปรเจ็คใหม่ขึ้นมาและเป็นเจ้าของสโมสรใหม่ในตอนนั้น เขาได้พยายามที่จะจัดการกับทีมแบะหวังว่าจะปลุกวิญญาณให้กับของชาร์ลตันแอธเลติกให้กลับคืนมาและสามารถโลดแล่นเป็นทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

ทำให้ชาร์ลตันได้มีการยื่นข้อเสนอให้กับทางบาเซโลน่าในการจะคว้าตัวอัลลัน ซิโมนเซ่นด้วยมูลค่า 325,000 ปอนด์ หลายๆฝ่ายได้มีการแสดงความคิดเห็นและดูถูกชาร์ลตันแอธเลติกอย่างมากที่กล้าใช้เงินมหาศาลในการซื้อตัวอัลลัน ซิโมนเซ่น เพราะในตอนนั้นทีมก็ไม่ได้มีผลงานที่ดี ทำให้ไม่เห็นถึงโอกาสในการที่จะลุ้นการเลื่อนชั้นหรือการเป็นแชมป์เลยด้วยซ้ำ

แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้อัลลัน ซิโมนเซ่นนั้นย้ายมาสู่ชาร์ลตันแอธเลติกนั้นก็คือการเบื่อหน่ายกับการคาดหวังที่สูงจากทีมสโมสรที่ยิ่งใหญ่เพราะเขานั้นได้รับแรงกดดันจากแฟนบอลของบาเซโลน่ามาอย่างมาก ทำให้เขานั้นเลือกที่จะหาจุดที่ผ่อนคลายให้กับชีวิตหลังจากที่เขานั้นได้ก้าวสู่จุดสูงสุดของวงการอาชีพฟุตบอลของเขาแล้วนั่นเองและเขาเพียงต้องการความสุขที่จะได้เล่นฟุตบอลเพียงเท่านั้น และนี่ก็เป็นเหตุผลอีกหนึ่งเหตุผลที่อัลลัน ซิโมนเซ่นนั้นต้องการย้ายทีมจากบาเซโลน่าสโมสรฟุตบอลยิ่งใหญ่สู่สโมสรชาร์ลตันแอธเลติกสโมสรฟุตบอลในลีกรองของอังกฤษนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

Continue Reading

ริวัลโด้ เส้นทางสู่การเป็นตำนาน

สำหรับตำนานในวงการฟุตบอลนั้นคือนักเตะที่มีความสามารถและสามารถสร้างสรรค์เกมส์ในการเล่นได้อย่างน่าสนใจและเป็นที่จดจำของแฟนบอลและคนทั่วโลก สำหรับตำนานแข้งแห่งยุโรปนั้นก็คงจะนึกถึงใครไม่ได้นอกจากเขาคนนี้ ริวัลโด้เพราะเขานั้นเป็นนักเตะที่มีราคาค่าตัวที่พุ่งไปสูงถึง 20,000 ล้านซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สุดโหดเอาการเลยทีเดียว

สำหรับริวัลโด้หรือชื่อเต็มของเขานั้นก็คือริวัลโด้ วีโตร์ บอร์บา เฟรเรย์รา เขานั้นถือกำเนิดที่ประเทศบราซิลในปี 1972 เขานั้นชื่นชอบในการเล่นฟุตบอลและได้เริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังในช่วงอายุ16ปี เขานั้นไก้เข้าร่สมและฝึกฝนกับสโมสรเปาลิสตานูในช่วงปี 1989 เขานั้นได้โชว์ความสามารถและทักษะที่เขานั้นมีที่โดเด่น

และเหนือกว่านักเตะในรุ่นเดียวกัน ด้วยความถนัดเท้าซ้ายของเขานั่นเองจึงทำให้เขาได้รับความน่าสนใจอย่างมากและในปีนั้นเองพ่อของเขาได้ถูกยิงเสียชีวิตซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมากแต่ริวัลโด้นั้นก็มีจิตใจที่เข้มแข็งและแข็งแกร่งทำให้เหตุการณืในครั้งนั้นไม่ได้มีความกระทบต่อฟอร์มการเล่นของเขาแต่อย่างใด

จนกระทั่งเขานั้นได้เซ็นสัญญาเพื่อร่วมทัพกับโมฌีมีริงเป็นทีมที่อยู่ในการแข่งขันในลีกดิวิชั่นสองของบราซิล ในปี1993 ริวัลโด้ได้รับโอกาสจากการถูกยืมตัวเพ่อไปเล่นให้กับทีมคอรินเทียนส์ซึ่งเป็นทีมที่อยู่ในลีกสูงสุดและนั่นเองทำให้เขานั้นได้สัมผัสกับการเล่นในดิวิชั่นที่สูงที่สุดของประเทศเป็นครั้งแรกและเขาสามารถแสดงฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม

จนไปเข้าตาแมวมองของทีมปัลเมย์รัสซึ่งในตอนนั้นทีมนี้มทีดีกรีเป็นถึงแชมป์ลีกสูงสุดด้วยและเมื่อเขานั้นย้ายมาแน่นอนว่าเขาสามารถโชว์ฝีเท้าได้อย่างดีและมีส่วนช่วยป้องกันแชมป์ลีกได้และในครั้งนั้นถือว่าเป็นการแจ้งเกิดของเขาและเป็นการที่เขานั้นได้ประสบความสำเร็จในก้าวแรกด้วย

จนกระทั่งในช่วงปี 1996 เขานั้นได้ย้ายมาค้าแข้งในยุโรปและก้าวแรกในการเข้ามาสู่ยุโรปของเขานั้นก้คือการเข้าร่วมทีมสโมสรในสเปนก็คือสโมสรลาโกรุณญา ซึ่งในตอนนั้นริวัลโด้นั้นมีอายุในวัย24ปีโดยเขานั้นถูกซื้อมาในราคา12.5ล้านยูโร เขานั้นได้แสดงความสามารถออกมาอย่างยอดเยี่ยมในปีแรกของการค้าแข่งในยุโรปนั้น

เขาก็สามารถยิงประตูจนได้รับตำแหน่งดาวน์ซัลโวอันดับที่4ของลีกของรายการแข่งขันไปได้ด้วยการยิงประตูไปทั้งหมด21ประตูด้วยการลงเล่นทั้งหมด41นัดและพาให้ลาโกรุญญานั้นสามารถจบได้ที่อันดับ3ของตารางการแข่งขัน ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขานั้นร้อนแรงมากขึ้นจนกระทั่งไปเข้าตาสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างบาเซโลน่าและสุดท้ายบาเซโลน่านั้นก็ซื้อตัวเขาไปในราคา 24 ล้านยูโร ทำให้กราฟแห่งความสำเร็จของเขานั้นพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆและเขาก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอมาตลอดการค้าแข้งของเขาในช่วงนั้น

 

สนับสนุนโดย  gclub

Continue Reading

แนวความคิดของนักเตะระดับโลก

เรื่องรางและแนวคิดของนักเตะระดับโลก โรบิน ฟานเพอร์ซีย์อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เปลี่ยนแนวความคิดไปตลอดกาลได้ สำหรับโรบิน ฟานเพอร์ซีย์นั้นในครั้งที่เขาได้ย้ายเข้ามาสู่การเป้นผู้เล่นของสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างอาเซนอลในช่วงแรกของการย้ายมานั้นถือว่าเขาเป็นนักเตะในระดับดาวรุ่งและมีพรสวรรค์ทางด้านกีฬาฟุตบอลอย่างมากแต่ก็ต้องยอมรับว่าในยุคนั้นทีมอาเซนอลก็เต็มไปด้วยนักเตะในระดับตัวท็อปของโลกโดยเฉพาะนักเตะดาวรุ่งรุ่นพี่กองหน้าของอาเซนอลในขณะนั้นก็คือ แบร์คกัมป์ 

ในตอนแรกฟานเพอร์ซีย์นั้นก็คิดว่าพรสวรรค์และความสามารถของตัวเองที่มีนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว แต่เมื่อเขาได้ย้ายมาอยู่อาเซนอลและเห็นการเล่น

และการฝึกซ้อมของแบร์คกัมป์ ทำให้เขานั้นเปลี่ยนความคิดไปเลยในทันที ในตอนแรกนั้นฟานเพอร์ซีย์มีความคิดในขณะที่ฝึกซ้อทว่าเขานั้นจะเล่นและทำเกมส์ก็ต่อเมื่อที่แบร์คกัมป์นั้นพลาด แต่ปรากฎมาในช่วงเวลาการฝึกซ้อม45นาทีนั้นแบร์คกัมป์ไม่พลาดจากการทำประตูเลยสักครั้งเดียว นั่นหมายความว่าตลอดระยะเวลา 45 นาที ในการฝึกก็คือไม่มีครั้งไหนเลยที่แบร์คกัมป์นั้นพลาดการจ่ายและการทำประตูนั่นเอง ทำให้ฟานเพอร์ซีย์นั้นมองว่าเป้นที่น่าเฟอร์เฟ็คที่สุด

ฟานเพอร์ซีย์ยังพูดต่อว่าเขานั้นคอยดูว่าแบร์คกัมป์จะพลาดเมื่อใดแต่สิ่งที่ปรากฎก็คือเขาไม่พลาดเลย สิ่งที่น่าสนใจและทำให้ฟานเพอร์ซีย์นั้นตกใจก็คือ ความคิดและทัศนคติของแบร์คกัมป์ เพราะถึงแม้ว่าการเล่นฟุตบอลนั้นเขาจะสามารถทำประตูได้ทุกลูกและโอกาสในการผิดพลาดนั้นแทบจะเป็นศูนย์ แต่สิ่งหนึ่งที่ฟานเพอร์ซีย์สนใจและนำความคิดและทัศนคติของแบร์คกัมป์มาใช้นั้นคือการที่เขานั้นยังไม่พอใจในฝีเท้าและการเล่นของเขาแม้สักนิดเดียว เขาต้องการทำมันให้ดีกว่านี้

ทำให้ฟานเพอร์ซีย์มองเห็นตัวเองและพยายามฝึกฝนที่จะพัฒนาตัวเองนั้นให้เก่งแบบแบร์คกัมป์ เขายังพูดต่อว่าหลังจากเหตุการณ์วันนั้นที่เขาได้พูดคุยกับแบร์คกัมป์ การฝึกซ้อมและฝึกฝนของเขา เขาได้ทุ่มเทและทำมันอย่างเต็มที่มากขึ้นมีความมุ่งมั่นที่จะฝึกซ้อมมากขึ้นและทำทุกวันให้เป็นเหมือนการแข่งขันเสมอ สิ่งหนึ่งที่ฟานเพอร์ซีย์นั้นคิดอยู่เสมอก็คือ การแข่งขันกับตัวเองและทำทุกอย่างให้ออกมาเฟอร์เฟ็คที่สุดและต้องตรงกับความต้องการของตัวเองและไม่มานั่งเสียใจที่หลัง

สิ่งเหล่านี้นั่นเองจึงเป็นที่มาที่ทำให้เขานั้นสามารถขึ้นมาสู่การเป็นนักเตะในระดับท็อปของโลกได้อย่างรวดเร็ว เพียงปรับความคิดและทัศนคติที่มี เพียงเท่านี้ก็จะกลายเป็นนักเตะที่ไร้ขีดจำกัดในตัวเองได้

 

 

สนับสนุนโดย    บาคาร่า sa

Continue Reading